ReadyPlanet.com
dot dot


โอทูซุปเปอร์พรีเมี่ยมออร์แกนิค
เพื่อคุณสุภาพสตรีโดยเฉพาะ
Otwo premium organic
สารปรับสภาพดินอินทรีย์ โอทูฟลาโวก้าชนิดเม็ด
โอทู-ฟลาโวก้าชนิดน้ำ 500ซีซี
โอทู ฟลาวีน่า สำหรับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด
สำหรับคุณสุภาพสตรี-ภายในสะอาด กระชับ แก้ปัญหาได้
โอทูซุปเปอร์พาวเวอร์กับเครื่องตัดหญ้า
www.facebook.com/angotwo
เครื่องดื่มสมุนไพร ปัญจขันธ์ ตราโอทูเฮิร์บ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำคาวตอง คิวเท็นพลัส ตราโอทู
Otwo Super Power สารเสริมประสิทธิภาพเครื่องยนต์
อ้อยหวาน กำไรเพิ่ม
ข้อมูลเชิงลึก Otwo Super Power
เลี้ยงกบ สายโท4เหนือ เลี้ยงปลาสลิด
ปลูกมันสำปะหลัง 50ไร่
อ้อยหวาน โรงงานชอบ!!
โอทู-ฟลาโวก้าชนิดเม็ด 25กก.
คุณสมศักดิ์ ซ่อนกลิ่น มัน81 อายุ4เดือน
ตรวจสอบสถานะ EMS
โอทู-ซุปเปอร์พรีเมี่ยมออร์แกนิค
มันเดือน12 ฤดูแล้งอายุ4เดือน คุณปราชญ์ จามิกร
ตะไคร้เงินแสน Part1  บุญถิ่น คุ้มไพฑูรย์
นายบุญชอบ ชายประโคน otwo-power กับรถไถฟอร์ด
เสียงวิศวะกรโรงงานกับสารเสริมประสิทธิภาพโอทูซุปเปอร์พาวเวอร์
หมูอายุ2เดือนเลี้ยงด้วยอาหารเสริมโอทู-ฟลาวีน่า โตเร็ว แข็งแรง
หมูอายุ2เดือนเลี้ยงโอทู-ฟลาวีน่าแข็งแรง ตาใส ผิวชมพู สวยมาก(4นาที)
โอทู-ซุปเปอร์พาวเวอร์ กับรถ10ล้อใหญ่360แรง
โอทู-ฟลาโวนิน เสริมภูมิคุ้มกันให้พืช
โอทูซุปเปอร์พาวเวอร์-รถไถฟอร์ด ตอนที่1
โอทูซุปเปอร์พาวเวอร์-รถไถฟอร์ด ตอนที่2
ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารกรุงไทย (ktb online)
ตรวจสอบสายงานใหม่
ข้อมูลเชิงลึก Otwo Super Power
Otwo Super Power สารเสริมประสิทธิภาพเครื่องยนต์
otwosuperpremiumorganicโอทู-ซุปเปอร์พรีเมี่ยมออร์แกนิค
โอทู-ฟลาโวก้าชนิดน้ำ 500ซีซี
โอทู ฟลาวีน่า สำหรับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด
ตารางอบรมประจำเดือน-ภาพกิจกรรม-รายการทีวี
สารปรับสภาพดินอินทรีย์ โอทูฟลาโวก้าชนิดเม็ด
สำหรับคุณสุภาพสตรี-ภายในสะอาด กระชับ แก้ปัญหาได้


โอทูฟลาโวก้า article

 

รหัสสินค้า : 004

ชื่อสินค้า : otwo  flavoga (โอทูฟลาโวก้าชนิดน้ำ)

รายละเอียด :โอทูฟลาโวก้าชนิดน้ำ ขนาด500cc.

ราคา : 1,500 ฿

ค่าขนส่ง :ค่าจัดส่ง100฿ ส่ง พกง.เพิ่ม 50.฿ ฿

 

 

โอทูฟลาโวก้า สารปรับสภาพดินอินทรีย์ชนิดเข้มข้น ผลิตจากสารสกัดสมุนไพร100% มีสารโพลีเมอร์ธรรมชาติ(ที่มีโมเลกุลยาว)เป็นส่วนประกอบ ช่วยปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้เหมาะสม ช่วยย่อยสลายฟางข้าวและอินทรีย์วัตถุในดิน กำจัดไข่เพลี้ยไข่หนอน และกำจัดเชื้อราในดิน ยับยั้งการงอกของเมล็ดวัชพืช ช่วยให้ปุ๋ยอินทรีย์สลายง่าย และปลดปล่อยธาตุอาหารได้เร็วขึ้น ช่วยปรับโครงสร้างของดิน ทำให้ดินร่วนซุยและคงสภาพได้นาน โอทูฟลาโวก้าสามารถขยายโครงสร้างของพืชได้ เร่งการเจริญเติบโตของพืช พืชโตเร็ว แข็งแรงกว่า ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมwww.otwopremiumorganic.comLine id : angotwoคุณอัง.0878747997

Posted by Angotwo on 8 ตุลาคม 2015

 

พิสูจน์โอทูฟลาโวก้าชนิดเม็ด 25กก.

ทำไมเราถึงต้องใช้ โอทูฟลาโวก้า ปัญหาดินเสื่อมโทรมในไทย -ผลสำรวจพบที่ดิน70%(100ล้านไร่จากทั้งหมด150ล้านไร่) -เสื่อมโทรมใกล้วิกฤติ -สาเหตุเกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืชมานานกว่า50ปี -ผลผลิตต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านถึง 1 เท่าตัว วิธีใช้โอทูฟลาโวก้าชนิดเม็ด 1กส.(25กก.) ต่อพื้นที่ 1 ไร่คุณภาพมากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ชนิดเม็ดทั่วไป http://www.otwopremiumorganic.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539311934&Ntype=4โอทูซุปเปอร์พรีเมี่ยมออร์แกนิค และโอทูฟลาโวก้าชนิดเม็ดโอทูทั้งสองชนิดนี้ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตให้ได้อย่างแน่นอนเลยทีเดียวwww.otwopremiumorganic.comLINE ID:angotwoคุณอัง.087-874 7997www.f2lady.comLINE ID : f2ladyคุณอ้อย.089-848-9604Executive Centerผู้บริหารศูนย์-คลังสินค้าโอทู คุณเทพพิศักดิ์-คุณสมใจ ชื่นมุนีวงศ์

Posted by Angotwo on 16 กันยายน 2015

 

 

โอทู ฟลาโวก้าเม็ด โอทู ฟลาโวก้าเม็ด 

 

 

                                                          

 

 
ผลิตภัณฑ์โอทูฟลาโวก้า ชนิดเม็ด 25กก.

โอทูฟลาโวก้าชนิดเม็ด บรรจุกระสอบ 25กก.ราคา 450บาท

Posted by Angotwo on 12 กรกฎาคม 2015

 

โอทู  ฟลาโวก้า ชนิดน้ำ [Otwo  flavoga]  ขนาด 500cc.ราคา 1,500.บาท +ส่งEMS ค่าจัดส่ง100฿ ส่ง พกง.เพิ่ม 50.฿

โอทู  ฟลาโวก้า ชนิดน้ำ [Otwo  flavoga]  

โอทู  ฟลาโวก้าสารอินทรีย์ปรับปรุงดินเข้มข้น 100% ชนิดเม็ด บรรจุ 25กก.ราคา 450.บาท

           โครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินด้วยโอทู-ฟลาโวก้า(คืนชีพให้กับธรรมชาติ  เกษตรอินทรีย์)

1.    เป็นสารปรับปรุงดินอินทรีย์  ชนิดเข้มข้น  ผลิตจากสารสกัดสมุนไพร 100%  มีสารโพลีเมอร์ธรรมชาติ (ที่มีโมเลกุลยาว)เป็นส่วนประกอบ

2.    และประกอบด้วยสารฟลาโวนอยด์ที่มีคุณสมบัติในการปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินได้ (ขึ้นอยู่กับสภาพดินเดิมด้วย ว่าต้องฟื้นฟูมากน้อยแค่ไหน ต้องวัดค่าดินประกอบด้วย) 

3.    ช่วยย่อยสลายฟางข้าว และอินทรีย์วัตถุในดิน ร่นระยะเวลาได้เร็วขึ้น เพียง 3-7 วันเท่านั้น!! (จากปกติต้องใช้เวลา 20-30 วัน) ใช้คลุกปุ๋ยอินทรีย์ เห็นผลทันที ไม่ต้องรอนาน  เป็นผลดีกับดินและพืชในระยะยาว  

4.    กำจัดเชื้อราและโรคพืชในดิน

5.    ควบคุมและยับยั้งการงอกของเมล็ดวัชพืช 

6.    ช่วยทำให้ปุ๋ยอินทรีย์สลายง่าย และปลดปล่อยธาตุอาหารได้เร็วขึ้น

7.    ช่วยปรับโครงสร้างของดินได้ โดยการฉีดพ่นลงดินโดยตรง  ทำให้ดินร่วนซุ่ย และคงสภาพได้นาน 

8.    โอทู  ฟลาโวก้า  สามารถขยายโครงสร้างพืชได้  เร่งการเจริญเติบโตของพืช  พืชโตเร็วกว่า  แข็งแรงกว่า  เพิ่มผลผลิตได้ 3 เท่า  มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้  ผู้บริโภค  และสิ่งแวดล้อม

9.     ลดการใช้ปุ๋ยเคมี

        ทำไมเราถึงต้องใช้  โอทูฟลาโวก้า

     ปัญหาดินเสื่อมโทรมในไทย

     -ผลสำรวจพบที่ดิน70%(100ล้านไร่จากทั้งหมด150ล้านไร่)

     -เสื่อมโทรมใกล้วิกฤติ

     -สาเหตุเกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืชมานานกว่า50ปี

     -ผลผลิตต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านถึง 1 เท่าตัว

 

วิธีใช้โอทูฟลาโวก้าชนิดเม็ด  1กส.(25กก.) ต่อพื้นที่ 1 ไร่

คุณภาพมากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ชนิดเม็ดทั่วไป    

วิธีใช้โอทู  ฟลาโวก้า (ชนิดน้ำ)

          1.   ใช้โอทู ฟลาโวก้า 1cc.ผสมน้ำ 1 ลิตร  ฉีดคลุมดินคุมวัชพืชได้ 80%

      2.   ใช้ฉีดหมักฟาง  และคุมเลน

                       ครั้งที่ 1.                      ฉีดพ่นหมักฟาง :  1 cc.   ต่อน้ำ 2 ลิตร

                       ครั้งที่ 2.                      ฉีดพ่นคุมเลน    :  1 cc.   ต่อน้ำ 2 ลิตร

        3.    ใช้โอทู  ฟลาโวก้า  1cc.ผสมน้ำ 5 ลิตร  ฉีดปรับโครงสร้างของดิน  ปรับสภาพดิน

        คลุกปุ๋ยเคมี                 20 cc. ต่อน้ำ 1 ลิตร คลุกปุ๋ย 1 กระสอบ หว่านได้ 2 - 5 ไร่

        คลุกปุ๋ยอินทรีย์           20 cc. ต่อน้ำ 1 ลิตร คลุกปุ๋ย 1 - 2 กระสอบ หว่านได้ 1 - 2 ไร่

       

*****โอทู  ฟลาโวก้า สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีได้ทุกชนิด เช่น ยาฆ่าแมลง  ยาฆ่าหญ้า  ยาฆ่าหนอน หรือใช้ร่วมกับปุ๋ย  ฮอร์โมน  วิตามินพืชอื่นๆ ได้ผลดียิ่งขึ้น*****

รายละเอียดเพิ่มเติม...โทร.087-874 7997  (ติดต่อคุณอัง.)

 

โอทู ฟลาโวก้าเม็ด โอทู ฟลาโวก้าเม็ด 

 

        โอทู ฟลาโวก้าเม็ด มาแรงแบบจัดหนักจริงๆ  เติมเต็มความต้องการของพี่น้องเกษตรกรไทย  ที่ไม่สามารถฉีดพ่นได้  เพราะมีข้อจำกัดในการปฎิบัติ  รูปแบบในการหว่านแบบปุ๋ยจะง่ายกว่า แล้วยังได้ประโยชน์หลายต่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ให้ดินเป็นกลาง  ดินร่วนซุ่ยมากขึ้น เสริมความแข็งแรงให้กับพืช ขยายโครงสร้างพืชเป็น 3 เท่า  ลดต้นทุน  เพิ่มผลผลิตได้ชัดเจน 

       มีวางจำหน่ายให้สมาชิกทุกคนที่  ศูนย์-คลังสินค้าโอทูสาขาบุรีรัมย์ (อมรชัยพืชผล สายตรี3)  อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์  โทร. 087-874 7997, 089-8489604

โอกาสทองมาถึงแล้ว วันนี้ 

โปรโมชั่นส่งถึงบ้านฟรีราคาพิเศษ

 

บทบาทและความสำคัญของจุลินทรีย์ในการเกษตร

 

 

บทบาทและความสำคัญของจุลินทรีย์ในการเกษตร

             เกษตรธรรมชาติ  ถือว่า  “ดินดี  คือ  ดินที่มีชีวิต”  เป็นดินที่มีความสมดุลของสิ่งมีชีวิตในดินรวมถึงจุลินทรีย์ที่อยู่ในดิน  สมดุลของจุลินทรีย์ที่อยู่ในดินสภาพธรรมชาติก็คือ  ความเหมาะสมในด้านของจำนวนจุลินทรีย์  และความหลากหลายของจุลินทรีย์  ดินที่เหมาะสมที่สุดในการทำการเกษตรคือ  ดินที่มีจุลินทรีย์อยู่หลายกลุ่ม  ตัวอย่างของดินดีชนิดหนึ่งคือ  “ดินป่า”  นั่นเอง
             ในอดีตสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะมีอยู่ในดินป่า  ในป่าซึ่งมีสารอินทรีย์ในรูปใบไม้หรือซากพืชซากสัตว์ที่เพิ่มลงไปกับประมาณธาตุอาหารพืชที่ถูกนำไปใช้และถูกเก็บเกี่ยวเป็นผลผลิตออกไปจากพื้นที่ที่สมดุลกัน  ก็คือ  มีธาตุอาหารพืชที่ถูกใช้ไปกับส่วนที่เพิ่มเติมลงมาในดินเท่ากัน  จากการที่มีเศษซากอินทรียวัตถุหล่นลงดินหรือที่พืชตรึงไนโตรเจนจากอากาศลงสู่ดิน  โดยมีจุลินทรีย์เป็นตัวช่วยในกระบวนการย่อยสลายและเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้เป็นประโยชน์  เป็นกระบวนการที่เรียกว่าการนำกลับมาใช้ใหม่  ทำให้พืชมีการเจริญเติบโตและสร้างผลผลิต  ผลิดอกออกผลเป็นดอกไม้ ผัก ผลไม้ และอื่นๆ  ส่วนสิ่งที่ถูกนำออกมาจากพื้นที่นั้นๆ  คือธาตุอาหารพืชที่สูญเสียไปจากดิน  ซึ่งในพื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่  เกษตรกรมักจะนำผลผลิตทางการเกษตรที่ได้ออกมาจากพื้นที่  โดยไม่ได้คำนึงถึงปริมาณธาตุอาหารพืชที่จะเพิ่มเข้าไปในพื้นที่  ทำให้พื้นที่ที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่ในปัจจุบันเกิดความไม่สมดุลกัน  จึงมีผลทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินเสื่อมโทรมลงเป็นลำดับ
             จุลินทรีย์มีบทบาทอย่างมากในกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่หรือการแปรสภาพอินทรียวัตถุในดินให้กลายเป็นธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์กับพืช  โดยจุลินทรีย์จะมีขั้นตอนของความหลากหลายในกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่  เพราะมีวงจรชีวิตที่สั้น  และมีหลายชนิด  แต่ละชนิดก็มีปริมาณที่มาก  ซึ่งมีหน้าที่และบทบาทต่อกระบวนการต่างๆ ในดินแตกต่างกันไป  เพราะฉะนั้นจึงถือได้ว่าจุลินทรีย์ก็คือ  ตัวการที่จะทำให้สารอินทรีย์จากซากพืชซากสัตว์ย้อนกลับไปเป็นธาตุอาหารพืชใหม่ได้อีกครั้ง  นั่นคือทำให้เกิดการหมุนเวียนธาตุอาหารพืชในดิน  ดังนั้นดินป่าจึงมักมีอินทรียวัตถุอยู่สูงมีการหมุนเวียนในระบบนิเวศอย่างสมดุล  แต่ในปัจจุบันการทำการเกษตรมีการใช้ปุ๋ยเคมีกันมากเพราะความต้องการผลผลิตที่มากขึ้น  เมื่อต้องการผลผลิตมากขึ้นก็จำเป็นต้องนำเอาปัจจัยการผลิตอื่นๆ  ใส่เข้าไปเพิ่มมากขึ้น  ทำให้เกิดปัญหาการใช้อย่างไม่สมดุล  เป็นการใช้อย่างทำลายมากกว่า  จะเห็นได้จากกรณีการเปิดป่า  หรือการนำพื้นที่มาใช้จะเริ่มต้นด้วยการเผา  ซึ่งทำให้จุลินทรีย์ส่วนหนึ่งตายไป  และอินทรีย์วัตถุส่วนหนึ่งหายไป  ส่วนทีเคยอยู่ในระบบก็หายออกไปอยู่นอกระบบ  เมื่อจุลินทรีย์หลายชนิดตายไปอีกหลายชนิดก็ลดจำนวนลง  อัตราการเกิดกระบวนการหมุนเวียนย้อนกลับไปเป็นปัจจัยการผลิตก็ลดน้อยลง
             ทันทีที่เปิดหน้าดินทำลายพืชที่ปกคลุมผิวดิน  เกษตรกรก็จะเริ่มทำการเผาก่อน  สิ่งทีหายไปคืออินทรียวัตถุในดิน  ชนิดของจุลินทรีย์และปริมาณของจุลินทรีย์  เมื่อปลูกพืชต่อเนื่องไปได้ 2-3 ปี  จะสังเกตเห็นได้ว่าผลผลิตที่ได้เริ่มลดลงและเพาะปลูกไม่ได้ผล  ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเพราะดินไม่ดี  โรคแมลงศัตรูพืชมากขึ้นต้องใช้ปัจจัยการผลิตที่สูงมากขึ้น  นั่นคือการขาดความสมดุลในพื้นที่  การทำการเกษตรในบางพื้นที่จะทิ้งพื้นที่บริเวณนั้นไว้ 3-5 ปี  จนกระทั่งอินทรียวัตถุเพิ่มมากขึ้นพื้นดินจึงฟื้นกลับมามีความสมดุลอีกครั้ง  ที่เป็นเช่นนั้นเพราะการปล่อยพื้นที่ไว้โดยไม่เข้าไปยุ่ง  จะทำให้พืชพันธุ์ต่างๆ  เจริญเติบโต  และตายลงสลายตัวกลายเป็นธาตุอาหารพืชย้อนกลับสู่ดิน  และจากสารอินทรีย์ที่รากพืชปลดปล่อยออกมาในบริเวณใกล้ๆ ราก  สิ่งเหล่านี้จะชักนำให้จุลินทรีย์เพิ่มจำนวนขึ้นและเกิดความหลากหลายของจุลินทรีย์อีกครั้ง  นอกจากนี้ยังชักนำให้มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในดินตามมา  ทำให้ดินในพื้นที่นั้นกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง   ฉะนั้นถ้าให้เวลาธรราชาติสัก 3-5 ปี   ทุกอย่างจะพื้นคืนสภาพได้เอง   แต่ในปัจจุบันเกษตรกรไม่สามารถรอเวลานั้นได้  เนื่องจากพื้นที่มีจำกัดและความต้องการผลผลิตที่รวดเร็วและปริมาณมากขึ้น  เพื่อตอบสนองความต้องการทางเศรษฐกิจ  ดังนั้นระบบเกษตรแผนปัจจุบันจึงเลือกใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในการแก้ปัญหานี้  ในขณะที่ระบบเกษตรธรรมชาติและเกษตรอินทรีย์จะใช้วิธีการที่ดีกว่าคือ   เติมปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหรือขยะอินทรีย์ต่างๆ   ที่สามารถนำมากลับมาใช้ได้ใหม่  และเพิ่มจุลินทรีย์ธรรมชาติเข้าไปด้วย

 

จุลินทรีย์ที่มีบทบาทต่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน
             จุลินทรีย์มีหลายชนิด   ได้แก่  แบคทีเรีย  เชื้อรา  แอคติโนมัยซีส  และสาหร่าย   แต่ละชนิดจะมีบทบาทและกิจกรรมต่อความอุดมสมบูรณ์   ได้แก่
             1.   แบคทีเรีย (Bacteria)  เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อรา  โปรโตซัว  และสาหร่าย  มีรูปร่างแบบง่ายๆ 3 รูปร่างคือ   กลม (Cocci)  ท่อน (Rod)  เกลียว (Spiral)  ไม่มีรงควัตถุภายในเซลล์  คือ  เซลล์มักจะใส    มีทั้งเคลื่อนที่ได้และไม่เคลื่อนที่   เราสามารถแบ่งชนิดของจุลินทรีย์ได้หลายประเภทดังนี้
                  1.1   แบ่งประเภทของแบคทีเรียตามช่วงอุณหภูมิ
                          ก.   พวก Psychophilic Bacteria คือแบคทีเรียพวกที่เจริญได้ดีที่อุณหภูมิต่ำ
                          ข.   พวก Mesophilic Bacteria คือแบคทีเรียพวกที่เจริญได้ดีที่อุณหภูมิปานกลางมีอยู่มากในดินส่วนใหญ่
                          ค.   พวก Thermophilic Bacteria คือแบคทีเรียพวกที่เจริญได้ดีที่อุณหภูมิสูง
                  1.2   แบ่งประเภทของแบคทีเรียตามความต้องการออกซิเจน
                          ก.   แบคทีเรียพวกที่ต้องการออกซิเจน (Aerobic Bacteria) เป็นแบคทีเรียพวกที่เจริญได้ดีในสภาพที่มีออกซิเจน
                          ข.   แบคทีเรียพวกที่ไม่ต้องการออกซิเจน (Anaerobic Bacteria) เป็นแบคทีเรียพวกที่เจริญได้ดีในสภาพที่ไม่ออกซิเจน
                  1.3   แบ่งประเภทของแบคทีเรียตามลักษณะทางนิเวศวิทยา
                          ก.   Autochthonous (Indigenous Group) เป็นแบคทีเรียที่มีอยู่ดั้งเดิมในธรรมชาติ ได้รับสารอาหารจากธรรมชาติ อยู่ได้โดยไม่ต้องมีการเพิ่มสารอาหารและแหล่งพลังงานจากภายนอก แบคทีเรียกลุ่มนี้จะมีปริมาณคงที่ทุกฤดูกาล
                          ข.   Zymogenous (Fermentation Producing Group) เป็นแบคทีเรียที่สามารถแปรรูปสารเคมีต่างๆ ได้โดยขบวนการหมัก (Fermentation) ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์หลายอย่าง แต่กลุ่มนี้มีอยู่ตามธรรมชาติน้อยมาก จะเพิ่มจำนวนเมื่อมีการเพิ่มสารอาหารและแหล่งพลังงานจากภายนอก
                  1.4   แบ่งประเภทของแบคทีเรียตามการสร้างอาหาร
                          ก.   Autotrophic คือ แบคทีเรียพวกที่ได้คาร์บอน (C) จากกาซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และสารประกอบอินทรีย์อื่นๆ เช่น HCO3
                          ข.   Heterotrophic คือ แบคทีเรียพวกที่ได้คาร์บอนจากอินทรีย์คาร์บอนหรือสารประกอบอินทรีย์ทั่วไป
                          ค.   Chemotrophic คือ แบคทีเรียพวกที่เจริญได้ดีในสภาพขาดแสงสว่างและได้พลังงานจากปฏิกิริยาเคมี และขบวนการออกซิเดชั่นของสิ่งมีชีวิต(Biological Oxidation)
                          ง.   Chemoheterotrophic คือ แบคทีเรียพวกที่เจริญได้ดีในสภาพขาดแสงสว่างและได้พลังงานจากอินทรีย์สาร
                          จ.   Phototrophic คือ แบคทีเรียพวกที่ได้พลังงานจากการสังเคราะห์แสง
แบคทีเรียเป็นจุลินทรีย์ที่พบเป็นจำนวนมากที่สุดในจุลินทรีย์ทั้งหมด โดยจำนวนแบคทีเรียคิดเป็น 50% ของน้ำหนักจุลินทรีย์ทั้งหมด และมีกิจกรรมคิดเป็น 95% ของจุลินทรีย์ทุกชนิดรวมกัน พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ จัดได้ว่าเป็นจุลินทรีย์ที่มีบทบาทอย่างมากในธรรมชาติ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต
             2.   เชื้อรา (Fungi)
                  2.1   ยีสต์ เป็นเชื้อราซึ่งมีลักษณะแปลกตรงที่ มีการดำรงชีวิตอยู่ในสภาพเซลล์เดียว (Unicellular) แทนที่จะเจริญเป็นเส้นใยเหมือนเชื้อราอื่นๆ ทั่วไป จริงอยู่แม้ยีสต์บางชนิดมีการสร้างเส้นใยบ้าง แต่ก็ไม่เด่นเช่นเชื้อรา ปกติยีสต์เพิ่มจำนวนและแบ่งเซลล์โดยการแตกหน่อ (Budding) เซลล์ยีสต์จะใหญ่กว่าแบคทีเรียและมีนิวเคลียสที่เห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้ในเซลล์ยีสต์เรามักจะสังเกตเห็นแวคคูโอล (Vacuole) ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งเม็ดสาร (Granule) ต่างๆ ในไซโตพลาสซึม (Cytoplasm) อยู่เสมอ
                  2.2   ราเส้นใย เป็นจุลินทรีย์ที่มีการพัฒนามาดำรงชีวิตอยู่ในสภาพหลายเซลล์ (Multicellular) โดยส่วนใหญ่จะมีลักษณะการเจริญเป็นเส้นใย (Hyphae) ซึ่งอาจมีผนังกั้น (Septate Hypha) หรือไม่มีผนังกั้น (Non Septate Hypha หรือ Coenocytic Hypha) เชื้อราเป็นจุลินทีรย์ที่มีความหลากหลาย มีความแตกต่างกันมากในด้านขนาดรูปร่างของโครงสร้างและระบบการสืบพันธุ์ โดยทั่วไปเชื้อรามีการสืบพันธุ์ด้วยการสร้างสปอร์ ซึ่งมีทั้งสปอร์แบบไม่อาศัยเพศ(Asexual Spores) และสปอร์แบบอาศัยเพศ (Sexual Spores)
             3.   แอคติโนมัยซิท (Actinomycetes) เป็นจุลินทรีย์จำพวกเซลล์เดี่ยวที่มีลักษณะคล้ายคลึงทั้งแบคทีเรียและเชื้อรา โดยมีขนาดเล็กคล้ายแบคทีเรีย แต่มีการเจริญเป็นเส้นใยและสร้างสปอร์คล้ายเชื้อรา มีเส้นใยที่ยาวเรียวและอาจจะแตกสาขาออกไปเส้นใยเรียกว่า Hyphae หรือ Filaments
             4.   สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Blue Green Algae หรือ Cyanobacteria) แตกต่างจากจุลินทรีย์ชนิดอื่นตรงที่มีคลิโรฟิลล์มักเห็นเซลล์เป็นสีเขียว เซลล์เป็นProcaryote ซึ่งเหมือนกับแบคทีเรีย และมีสาร Mucopeptide เป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์เช่นเดียวกับแบคทีเรีย สาหร่ายพวกนี้ไม่มีคลอโร พลาสต์ ดังนั้นคลอโรฟิลล์จึงกระจายอยู่ทั่วไปในเซลล์

 

สรุปบทบาทและความสำคัญของจุลินทรีย์ในการเกษตร

             จุลินทรีย์มีหลายชนิต ได้แก่ แบคทีเรีย เชื้อรา แอคติโนมัยซิท สาหร่าย โปรโตซัว ไมโครพลาสมาโรติเฟอร์ และไวร้ส เป็นต้น บทบาทและความสำคัญของจุลินทรีย์มีอยู่มากมายดังนี้
             1.   จุลินทรีย์มีบทบาทสำคัญทั้งในแง่การเป็นประโยชน์และการเกิดโรค จุลินทรีย์หลายชนิดอาจเป็น สาเหตุของโรคพืชและสัตว์ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผลผลิตทางการเกษตร แต่ในสภาพธรรมชาติจุลินทรีย์ที่มีอยู่อย่างหลากหลายจะมีการควบคุมกันเองในวัฏจักรของสิ่งมีชีวิต มีจุลินทรีย์หลายชนิดที่ทำหน้าที่ป้องกัน กำจัด และยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดอื่นรวมทั้งจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคพืช
             2.   จุลินทรีย์มีบทบาทสำคัญในการหมุนเวียนทรัพยากรให้ใช้ประโยชน์ได้ใหม่ในวัฏจักร ของธาตุอาหารโดยจุลินทรีย์ทำหน้าที่ย่อยสลายวัสดุสารอินทรีย์ต่างๆ (Organic Decomposition) ให้เป็นธาตุอาหาร เกิดการหมุนเวียนธาตุอาหารกลับมาใช้ใหม่ของสารอินทรีย์ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หรือเศษเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมทางการเกษตร ให้กลับอยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช โดยกระบวนการย่อยสลายหรือสังเคราะห์สารชนิดอื่นๆ ขึ้นมาใหม่ในธรรมชาติ เช่น การย่อยสลายเศษซากพืชซากสัตว์ในดินให้อยู่ในรูปฮิวมัส เปลี่ยนจากรูปสารอินทรีย์ไปเป็นสารอนินทรีย์ (Mineralization) เพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืชได้แก่ กระบวนการตรึงไนโตเจน (N2 Fixation) โดยจุลินทรีย์บางชนิดที่สามารถสร้างอาหารเองได้โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ เช่น แหนแดง และจุลินทรีย์บางชนิดที่สามารถดึงไนโตรเจนจากอากาศและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินได้ เช่น เชื้อไรโซเบียม
             3.   จุลินทรีย์หลายชนิดมีบทบาทในการสังเคราะห์สารประกอบอินทรีย์ที่มีโครงสร้างสลับซับซ้อน เช่น จุลินทรีย์บางชนิดสามารถสร้างกรดอนินทรีย์ที่สามารถละลายแร่ธาตุอาหารพืชในดินให้เป็นประโยชน์ต่อพืช บางชนิดสร้างสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชหรือฮอร์โมน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช และยังสามารถผลิตสารต่างๆ รวมถึงสารปฏิชีวนะ เอนไซม์ และกรดแลคติค เช่นแบคทีเรียบางชนิดสามารถสร้างสารพวก Gramicidine และ Tyrocidineเชื้อราบางชนิดสามารถสร้างสารพวก Pennicilin และ Gliotoxin เชื้อแอคติโนมัยซิทบางชนิดสามารถสร้างสาร Actinomycin และ Aureomycin ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถใช้ในการยับยั้งเชื้อโรคต่างๆ และยังช่วยสนับสนุนปฏิกิริยาทางเคมีในดินให้เกิดขึ้นเป็นปกติได้ โยถ้าปราศจากเอนไซม์ปฏิกิริยาทางเคมีที่ซับซ้อนในดินก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

Cr : เกษตรธรรมชาติประยุกต์ โดย ดร.อานัฐ ตันโช
ศูนย์ข้อมูลเกษตรธรรมชาติแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

www.otwopremiumorganic.com                      

ติดต่อคุณอังโอทู  โทร. 087-874 7997, 089-8489604

LINE ID : angotwo

 

 

 

 

 

 

   สุดยอดอาหารเสริมอินทรีย์สำหรับสัตว์

 

โอทู  ฟลาวีน่า  [Otwo  flavena]  ขนาด 100cc. ราคา...สมาชิก 700.บาท

        อาหารเสริมสัตว์อินทรีย์ชนิดเข้มข้น  เป็นสารสกัดจากพืช 15 ชนิด ที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ  โดยมีสารฟลาโวนอยด์เป็นสารออกฤทธิ์  สัตว์สุขภาพดี  เร่งสี  เร่งโต  ช่วยกระตุ้นการสร้างโปรตีน  ลดการสร้างไขมัน  เนื้อแน่น

        ช่วยย่นเวลาการเพาะเลี้ยง  ช่วยลดค่าอาหารได้กว่า 50% เร่งการสร้างโปรตีน ลดการสร้างไขมัน ทำให้สัตว์มีโปรตีนสูง เนื้อแน่น ไขมันน้อย รสชาติอร่อย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพผู้บริโภค

        ช่วยให้สัตว์สุขภาพแข็งแรง  สร้างภูมิต้านทานโรคสูง  ลดการใช้ยาปฎิชีวนะและสารเร่งลงได้  ทำให้สัตว์ไม่มีสารตกค้าง  ปลอดภัยต่อผู้บริโภค  สามารถใช้ได้กับสัตว์ทุกชนิด  แบ่งเป็น สัตว์บก  สัตว์ปีก  สัตว์น้ำทุกชนิด

        วิธีการใช้  ผสมอาหาร ใช้อัตราส่วน โอทู  ฟลาโวมอล 1cc. ต่อน้ำ 100-200ซีซี ผสมอาหาร 5 กก. คลุกเคล้าให้เข้ากันผึ่งในร่มพอหมาดๆ นำไปหว่านในบ่อ วันละ 1 ครั้ง  ทั้งกุ้ง  ปลา  กบ  ปู  ตะพาบน้ำ  ปลาสวยงาม  และสัตว์น้ำอื่นๆ 

        หรือ  ผสมน้ำให้สัตว์ดื่ม  ในอัตราส่วน  โอทู  ฟลาโวมอล 1cc. ต่อน้ำ 15-20ลิตร ให้สัตว์ดื่มวันละ 1 ครั้ง ทั้งเป็ด  ไก่  นก  วัว  แพะ  กระต่าย  แมว  สุนัข  สุกร  และสัตว์อื่นๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม...โทร.087-874 7997  (ติดต่อคุณอัง.)



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



สินค้าหรือบริการของเว็บไซต์ กลุ่มที่ 2

สินค้าหรือบริการที่ 2 article
สินค้าหรือบริการที่ 3 article



Copyright © 2011 All Rights Reserved.

ศูนย์-คลังสินค้าโอทู จัดส่งสินค้าทั่วประเทศ โดยไปรษณีย์ EMS
ที่อยู่ :  เลขที่ 4,6,8 ซอยลาดพร้าว 130 ถนนลาดพร้าว :  แขวงคลองจั่น บางกะปิ
จังหวัด : กรุงเทพฯ      รหัสไปรษณีย์ : 10240
เบอร์โทร :       มือถือ :  087-8747997,089-8489604
อีเมล : otwopremiumorganic@windowslive.com
เว็บไซต์ : www.otwopremiumorganic.com